個人檔案ไม่มีคำว่าบังเอิญ และเรา...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
ไม่มีคำว่าบังเอิญ และเราไม่ได้พบกันครั้งแรก11月30日 บ่นๆเรื่องแรก
หลังจากไว้ผมยาวมานานในที่สุดก็ไปตัดผมมาสั้นมาก
กะว่าจะเอารูปมาลงไว้ถ่ายตอนผมยาวก่อนไปตัด
แต่ว่าพอตัดเสร็จแล้วก็คิดว่าไม่เอามาลงดีกว่า
สภาพแบบว่า นี่มันรองทรงชัดๆ
ในแบบที่เลือกมาอย่างเท่อ่ะ ตัดไปตัดมาไม่เห็นเหมือนแบบซักนิด
ความจริงมันก็ไม่ได้แย่หรอกนะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดี
เห็นพี่เขาตั้งใจตัดเต็มที่ก็พออภัยละ
...
เรื่องต่อไป
เรื่องนี้มันก็นานแล้วอ่ะนะแต่คิดทีไรขำทุกที
ช่วงนี้ก็คงจะรู้ๆกันอยู่อ่ะนะ ว่ามีการรณรงค์เรื่องโลกร้อน
พอดีว่าวันนั้นไปงานหนังสือกับเจ๊ๆ แล้วเขามีแจกถุงผ้า
เจ๊เก๋ก็ซื้อหนังสือมาแล้วก็เอาใบเสร็จไปแลกถุงผ้ามา
แล้วไอ้ตอนที่ให้มาเนี่ย
ถุงผ้าห่อถุงพลาสติกอย่างดี
แล้วก็เขาก็เอาใส่ถุงหิ้วพลาสติกให้อีกที
ได้ถุงผ้ามา 1 แต่เพิ่มถุงพลาสติกอีก 2
เห็นแล้วเครียดเลย ไม่รู้จะรณรงค์ทำไม 11月13日 กะเพราไข่ดาวหลังจากที่ไม่ได้อัพมานาน ก็มีเรื่องมาบ่นๆหน่อย
ก็ตามชื่อนั่นแหละ เกี่ยวกับอาหารการกิน เรื่องมันมีอยู่ว่า...
ในคืนหนึ่ง มีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง เกิดอาการหิวข้าวอย่างมาก
ชายหนุ่มคนนั้นเลยคิดว่าไปกินข้าวดีกว่า ก็เลยออกเดินทางไปซื้อข้าว
เมื่อไปถึงร้านข้าวก็เลยเขียนสั่งไปว่า "กะเพราไข่ดาว"
ก็คิดว่าคงไม่ต้องระบุมั้งว่าเนื้ออะไร เขาคงรู้ว่าเป็นหมูสับ
แล้วก็เดินไปซื้อน้ำ กลับมาเอาข้าวกลับหอ
และแล้วเหตุการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อเปิดกล่องผัดกะเพราขึ้นมา
ไข่ดาวครับ มันเป็นไข่ดาวแล้วก็เอามาหั่นๆ แล้วก็เอาไข่มาผัดกะเพรา
.....
"กะเพราไข่ดาว"
.....
ชายหนุ่มก็เลยไประบายความอัดอั้นกับเพื่อน
เพื่อน:"ก็เมิงสั่งกระเพราไข่ดาวนี่หว่า กูเคยเห็นนะว่ามันมีเมนูนี้จิงๆ"
ชายหนุ่ม:"เมนูที่ไหนวะ เกิดมาไม่เคยเห็น"
เพื่อน:"ก็มันเป็นอาหารตามสั่งไง เมิงสั่งยังไงก็ได้ยังงั้นแหละ 555"
ปล. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าคิดว่าคนอื่นจะเข้าใจอย่างที่เราคิดทั้งหมด
2月14日 TAG+ValentineBlog Tag ครับ เป็นนวัตกรรมใหม่ในหมู่ blogger
ที่ระบาดเข้าสู่เมืองไทย ( ขนาดนั้นเลยเรอะ ) หลักการของมันคือ คนที่โดน Tag จะต้องเขียน “สิ่งที่คิดว่าคนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับตัวเรา” 5 อย่าง และส่งต่อหรือที่เรียกว่า Tag นี้ไปให้คนอื่นอีก 5 คน (ก๊อปมา)
...
เนื่องจากว่าผมโดน TAG ค้าบ ผ่านมาหลายเดือนมากมาย แต่ไม่มีเวลาและอารมณ์ที่จะอัพเรื่องใดๆทั้งสิ้น(ขี้เกียจนั่นเอง 55)
ก็เลยจะมาพูดเรื่อง TAG ให้ฟัง เริ่มเลยแล้วกัน
...
ข้อ 1 ชื่อ
หลายๆคนคงเคยสงสัยกันช่ายป่ะ ว่าชื่อ ค้อน ค้อง คล้อง (ที่ถูกคือฆ้อง ฟังกัน เขียนกันให้ถูกหน่อย) มันมีที่มายังไง
แล้วมีพี่น้องชื่อกลอง ฉาบ ปี่ ไรพวกนี้มั่งป่าว
เนื่องจากพ่อแม่ ข้าพเจ้านั้น ตั้งใจไว้ว่าจะมีลูก 2 คน คือ พี่สาว(ขิม) และพี่ชาย(ขลุ่ย)
แต่แล้วก็ตั้งท้องข้าพเจ้ามาอีกคนหนึ่ง ก็คงจะประมาณว่า เฮ้ยแล้วจะตั้งชื่อไอ้นี่ว่าไรดีเนี่ย
พี่มันก็ขิม กะขลุ่ย ดูเหมาะเจาะคล้องจอง มีชื่อจะเข้หลุดออกมาในลิสด้วย(มั้ง)
เกือบไปแล้วคับพี่น้อง ดีที่เค้าคิดถึงอนาคตเรานะเนี่ย ก็เลยเป็นเครื่องดนตรีหมวด ค
คือฆ้องในปัจจุบันนั่นเอง ถึงจะแปลกแต่เท่ดี ไม่ซ้ำใครด้วย
...
ข้อ 2 จุดซ่อนเร้น
อ่านแล้วอย่าคิดมากล่ะ จุดที่ว่านี้คือคิ้วซ้ายนั่นเอง โดยใต้คิ้วซ้ายนั้นจะมีสิว(มั้ง) อยู่หนึ่งเม็ด
ด้วยความที่เป็นคนชอบแกะสิว ก็เลยแกะมานซะ ทำเอาเลือดโชกเลย แล้วมันก็เป็นหลุมๆ
ต่อมามันก็ขึ้นมาอีกเนื่องจากว่ามันเป็นหลุมๆ ทำให้มีเหมือนไขมันไปอุดตัน ก็แกะมานอีก
มันขึ้นก็แกะ มันขึ้นก็แกะ มันขึ้นก็แกะ
แล้วในที่สุด ตอนนี้มันกลายเป็นเหมือนก้อนเนื้ออารายสักอย่างอยู่ใต้คิ้วซ้าย
แต่ด้วยความที่คิ้วเข้มมันก็เลยซ่อนอยู่ภายใน
...
ข้อ 3 ความโง่
อันนี้ถือว่าโง่มาก โง่สุดๆ อภิมหาโง่เลยก็ว่าได้
ตอนนั้นอายุเท่าไรไม่รู้ รู้แต่ว่ามีเครื่องโม่ปลาที่บ้านคับ แล้วก็ช่วยแม่โม่ปลา เด็กดีมาก
แล้วก็โม่จนเสร็จคับ แต่แม่ยังไม่ได้ปิดเครื่องคับ กำลังเก็บของ
ด้วยความว่างหรืออะไรดลใจก็ไม่รู้คับ นิ้วชี้จิ้มเลย(ตรงส่วนที่เป็นใบมีด คล้ายๆใบพัดลม)
ขาดครับพี่น้อง ขาดไปเกือบๆข้อ
ถ้าใครสังเกตุดีๆก็จะรู้ว่านิ้วชี้ขวาข้าพเจ้าไม่สมประกอบ
...
ข้อ 4 เกลียดขิง
เนื่องจากว่ามันเป็นแฟนไอ้ท๊อป(ว่าไปนั่น)
เหตุผลจิงๆก็คือ ตอนนั้นอยู่ประมาณ ป.1-4 อ่ะ ก็กินอาหารกลางวันของโรงเรียนอ่ะนะ
พอดีมีข้าวคลุกกะปิ(ชอบมากๆ) ก็หามะม่วง(ความจริงไม่มี) ก็เหลือบไปเห็นเส้นๆสีเหลืองๆ
เอ..ให้มะม่วงสุกมาหรือ ก็ใส่แหลกเลยคับพี่น้อง แล้วก็หยิบมาชิมคับ2-3เส้น
ถึงกับซีด รีบหยิบในจานออกทันที ก็เลยเกลียดขิงตั้งแต่ตอนนั้น
...
ข้อ 5 โรคจิต
ก็มีบางคนพอรู้ๆอยู่แหละ แต่ก็คงหลายคนที่ไม่รู้ โรคที่ว่าก็คือชอบลูบอะไรที่มันเย็นๆ
โดยเฉพาะแขนขา เพราะตอนเด็กๆเวลาพอกับแม่อาบน้ำก็จะไปลูบๆ เพราะมันเย็นดี
บางทีก็เอาหน้าไปซุกแขนมั่ง ซุกขามั่ง ก็เลยติดเป็นนิสัย
เดี๋ยวนี้บางทีนอนๆอยู่ก็มีรุกรานคนข้างๆบ้าง แต่ไม่ได้ตั้งใจนะ
นอกจากคนที่สนิทเนี่ยตั้งใจ เพื่อน(สนิทมากๆ) พ่อแม่ ญาติพี่น้อง โดนกันเกือบหมด แต่เดี๋ยวนี้ก็น้อยลงและ
แต่ถ้าเผลอไปโดนใครเนื้อตัวเย็นๆนี่บางทีก็แทบห้ามใจไว้ไม่อยู่ ก็ระวังตัวกันด้วยแล้วกันนะ หึหึ
...
คนที่จะ TAG เนี่ยหายไปหลายคนเพราะช้าเลยโดนคนอื่นตัดหน้าไปเกือบหมดและ
ก็ขอ TAG มด ต้อง เกด ใหม่ ท๊อป อย่าลืมทำกันล่ะอยากอ่าน เอิ๊กๆ
แล้วก็วันวาเลนไทน์ ไปกินข้าว "น้องๆ ไม่พาแฟนมากินข้าวซักคนล่ะ" "... เอ่อ ไม่มีอ่ะพี่" สะเทือนใจเล็กน้อยกะคำถาม
ก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุข สมหวังกันเร็วๆ ขอให้ผมมีแฟนเร็วๆด้วยเถอะค้าบ
เพราะตอนนี้เริ่มชินแล้ว จนถึงขนาดว่าลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์
ป.ล. ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เม้นใครน้า เหตุเพราะว่ามันเม้นไม่ค่อยได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร บางทีพิมแล้วกดส่งไม่ได้
บางทีไม่มีที่ให้พิม ก็ขอโทษด้วยที่อ่านแล้วไม่ได้เม้นอ่ะ สุดวิสัยจิงๆ 12月10日 Why?วันนี้มันอะไรกันเนี่ย ขอบ่นหน่อยเหอะ
ก็วันนี้มีรถมอไซค์ขี่รถตัดหน้าก็เลยเบรค ถ้าไม่เบรคก็ชนแน่นอน รถก็เลยล้ม
พอล้มเสร็จแม่งขับหนีกูเลย เคืองว่ะ รู้งี้ปล่อยชนแม่งก็ดี อาจไม่ล้มไม่ต้องเจ็บตัวด้วย
เสียค่าโง่ไป เป็นแผล+โดนด่าบ้างเล็กน้อย
...
ตอนเย็นกลับมาเล่นเนต ไปอ่านสเปซเพื่อนมา มันไปเที่ยวงานที่เกษตรกัน
แต่ไม่มีใครชวนกูเลย แซดมาก อยากไปด้วย แต่ไมไม่มีคนนึกถึงกูเลยวะ
แฟนก็ไม่มี เพื่อนก็ลืม
เคือง เศร้า แซด ......... เจ็บ(แผล)
ป.ล. ทำไมวะ? 11月24日 สุดๆเมื่อวันอังคารที่ 21 ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของนายกอร์ฟ ก็ขอแฮปซะหน่อย
ได้มีการไปกินชาบูชิกัน(แต่ออกกันเองทุกบาททุกสตางค์) เนื่องจากไม่ได้กินนานก็เลยซัดไปเต็มคราบ
อิ่มแบบสุดๆ ไม่เคยอิ่มเท่านี้มาก่อนในชีวิต ลุกขึ้นเดินไม่ได้เลย อาหารมาจ่อที่คอหอยท่าเดียว แต่ก็ทนจนกระเพาะย่อยไปได้
.....
วันนี้มีงานกีฬาแคแสด ซึ่งมีทุกปี และทุกปีต้องจัดวันพฤหัสด้วย ก็ไม่รู้นะว่าเพราะอะไร
แต่ถ้าให้เดาก็คงเพราะ วันพฤหัสสีแสดมั้ง 555
ทั้งที่วันนี้น่าจะหยุดเรียนแท้ๆ แต่กลับต้องไปเรียนแลบ แถมแทบไม่ได้นอนเลยด้วยเพราะเล่นไพ่ทั้งคืน
เล่นกันยาวนานมาก ขึ้นสวรรค์ ลงนรก ไปหลายรอบ พอจบเกม เสียไปทั้งหมด 1 บาท - -" (แล้วกูจะเล่นทามไมวะเนี่ย)
พอตกเย็นก็มีงานคอนเสิตครับ เพิ่งรู้ข่าวเมื่อตอนกลางวัน ก็รีบหาพรรคพวกอย่างด่วน แล้วก็ไม่พลาด ได้ไปแดนซ์สมใจ
วงที่มาก็หลายวงอยู่ แต่ที่มันๆก็คงเป็นเพลย์กราวกับบิ๊กแอสนี่แหละ มันสุดๆ เต้นเหงื่อท่วม ร้องจนเจ็บคอไปเลย
แต่น่าเสียดายสลอทแมชชีนไม่ยอมมา อุตส่าห์รอดู แต่ก็ยังสนุกสุดๆอยู่ดี(ถ้าสลอทแมชชีนมาคงสุดๆกว่านี้) 11月20日 วันที่ยาวนานเนื่องจากว่าวันที่ 14 -19 มีงานลาดกระบังนิทรรศ ก็เลยมีกานหยุดยาวตั้งแต่ เสาร์ถึงอาทิตย์ 9 วัน
หลังจากที่วันที่ 11-12 ไปงานแฟทมาก็ได้กลับบ้าน(ญาติ)ในวันจันทร์ แล้วก็กลับมาลาดกระบังวันเสาร์
ซึ่งเป็นวันที่ยาวนานมาก เริ่มต้นจากตื่น 7.30 น. แล้วก็ไปอยู่ร้านกาแฟ(กลายเป็นเด็กล้างจานไปละ) จนถึงเที่ยงกว่าๆ ก็กลับ
ฝนที่มันทำท่าจะตกตั้งนาน พอขึ้นรถได้มานานก็ตกซะอย่างหนักเลย โชคดีมากที่ขึ้นรถก่อน
แล้วก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่งเรือ สภาพน้ำนี่แบบว่ากลิ่นสุดๆไปเลยคับ แต่นั่งแล้วลมเย็นดีอ่ะ ตอนเรือแล่นไม่ค่อยมีกลิ่นเท่าไร
แต่แอบเซ็งคนที่นั่งข้างๆเรืออ่ะ ไม่ยอมยกผ้ากั้นขึ้น พอน้ำกระเซ็นก็ก้มหัวหลบอย่างเดียว ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย(เห็นคนอื่นเซ็งกันหลายคน)
พอนั่งมาถึงเดอะมอลบางกะปิ ก็ไปดูหนังเรื่อง 007 กับนายม่อน ก็สนุกดีภาคนี้ คุ้มค่าเงิน
ซึ่งภาคนี้ถือว่าเป็นภาคแรกของนิยายเรื่อง 007 เป็นหนังภาคที่ 21 มีการเปลี่ยนตัวคนแสดง 007
ที่สำคัญเลยคือบุคลิกของ 007 เปลี่ยนไป ออกแนวเถื่อนๆดิบ บู๊ล้างผลาญ สะใจมาก
หลังจากดูหนังเสร็จก็ไปกินMK(อีกแล้ว) กลับมาถึงลาดกระบังก็ 3 ทุ่มกว่าละ
ง่วงก็ง่วงเพราะตื่นเช้า พอมาถึงห้องได้แป๊บเดียว นายม่อนก็ชวนไปเล่นเกมอีก กว่าจะได้นอนจิงๆก็ปาเข้าไป 6 โมงเช้า
เป็นวันที่ใช้เวลาไปคุ้มค่ามากจิง 22 ชั่วโมงครึ่ง
ป.ล.1 ข้อดีของการกลับบ้าน กินดีอยู่ดี อิ่มจังตังเพิ่ม มีคนดูแล สบายกายสบายใจ
ป.ล.2 นอนเยอะประสบการณ์น้อย นอนน้อยประสบการณ์เยอะ 11月14日 Fat festival 6หลังจากการรอคอยอันยาวนานก็ได้ไปงานแฟทสมใจ ประกอบด้วย ฆ้อง ต้อ หนุ่ม กวง บัด อาท กาน
งานก็สนุกมากมายนะ แต่ก็เจอปัญหามากมายหลายอย่างตั้งแต่วันแรกเลย
.....
เนื่องจากความขี้เกียจของใครหลายคนก็เลยตกลงกันว่าเราจะไปวันเสาร์ จากที่ตอนแรกบอกจะไปนอนกันตั้งแต่ศุกร์
แล้วก็มีการนัดกันดิบดีว่าตื่น10โมงออกไม่เกิน11โมง แต่ด้วยหนุ่มและกานทำให้ออกจากลาดกระบังตอนบ่ายโมง
แล้วตอนแรกนึกว่าต้อไม่ไป พอรถแท็กซี่ออกไปได้ตั้งนานและต้อก็โทรมาบอกไม่รอกูเลยต้องกลับไปรับอีก
มิเตอร์ขึ้นไป 100 บาท ได้กลับมาอยู่ที่เดิม
พอกลับมาถึงหอต้อ กานผู้เชื่องช้า(ทำอะไรช้าตลอด)ก็ลงไปเข้าห้องน้ำอีก กว่าจะไปถึงหอนายอาทก็ปาเข้าไปเกือบๆบ่ายสาม
แล้วก็ต้องช็อครอบสอง เมื่อนายอาทยังไม่ได้อาบน้ำ -*-
พออาบเสร็จก็จะกินข้าวอีก แล้วก็สั่งข้าวกัน แต่ข้าวเหลือ 2 จาน ก็คิดว่าสละให้อาทแล้วกัน
แต่สั่งไปสั่งมาอาทอดกินซะงั้น สมน้ำหน้าสวรรค์ลงโทษ(แต่ก็น่าสงสาร)
หลังจากการเดินทางอันยาวนานในที่สุดก็ไปถึงงาน ตอน 4 โมงเย็น ช้าไป3-4ชั่วโมง
พอไปถึงงานก็เกิดอาการเลยครับ ตาลาย คอเคล็ด คงรู้สาเหตุนะ อิอิ
พอไปถึงก็ไปเลยครับ ขอนแก่น หนุกดี แต่ไม่มีใครเต้นเลยอ่ะ นั่งกันหมด แต่เสียงกะอารมแสดงประทับใจดี
แล้วทั้งวันก็เริ่มน่าเบื่อ จนใน buddha bless ที่รอคอยก็มาถึง แต่ร้องๆไปเสียงลำโพงไม่ดีอีก
เนื่องจากเวทีสวรรค์อยู่ไม่ได้ก็เลยต้องย้ายไปเวทีนรกกัน เลยได้ฟัง ไฟเออร์ไปซะ 3 รอบ
แล้วก็คอมโบเซต buddha bless โจอี้ สิงเหนือเสือใต้ มันสุดๆ แล้วก็วันแรกก็จบไป
เดินหารถแท็กซี่อีก 1 ชั่วโมง
.....
วันที่ 2 ก็วุ่นวายตามเคยเนื่องจากความเห็นไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไร เลยเกิดการเดินไปเดินมาซะหลายรอบ
ผลสุดท้ายเดินหลงไปคนเดียว เลยได้ไปดู slot machine คนเดียว
เป็นอะไรที่ประทับใจมาก เพลงเพราะ ซึ้ง มัน เข้าถึงอารมณ์ แต่อยู่คนเดียวเลยอดเต้นเลย
แล้วโทรศัพท์ก็เจ๊ง พูดอะไรก็ไม่ได้ยินก็เลยไปนั่งเศร้าอยู่ ก็ได้ไปเจอเพื่อนต้อ ก็เลยไปดู paladox
เป็นอะไรที่มันมากๆ เต้นกระจาย แล้วก็เต้นกะสาวด้วย มีการหยอกล้อกันเล็กน้อย อิอิ
หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีไรเท่าไร(เริ่มยาวและเบื่อ) sofa ก็ร้องแต่เพลงเก่าที่ไม่มีใครรู้จักอีกเลยน่าเบื่อมาก
พอหลังจากโซฟานี่ฮามากอ่ะ คือ วงเราระบาย ชื่อวงแปลกดี
พอออกมาก็เอาเลยครับ เราระบายจริงๆ เพลงตะโกนโหวกเหวก นักร้องโวยวาย เข้าคอนเซ็ปชื่อวงเด๊ะ
ความฮาเนื่องมาจาก บนเวทีมีไมค์ 2 ตัว นักร้องก็เอาเลยครับ ร้องๆไปล้มมันไปซะ 1 ตัว
แล้วก็จะไปเอาอีกตัวมาร้อง มีการเทสเอามือไปตบๆ(คิดในใจ;อ้าว เฮ้ย ไม่ดังนี่หว่า กุต้องเก็บตัวเก่าหรือวะเสียฟอร์มหมด)
เนื่องจากมันเป็นท่อนโซโล่ เขาเลยเดินไปข้างๆไมค์ตัวเก่า แล้วก็หันไปมองข้างๆเวที
(เฮ้ย พวกสตาฟเมิงหายหัวไปไหนหมดวะ ไมค์ไม่ดังรู้ไหมเนี่ย ท่อนโซโล่จะจบแล้วนะโว้ย)
แล้วเขาก็หันไปมองไมค์อีกครั้งช้าๆ แล้วเขาก็ต้องจำใจหยิบมันขึ้นมาร้องอีกครั้ง
แล้วก็หันไปข้างเวที(พวกสตาฟเมิงทำกูเสียฟอมหมด สาดดด)
พอจบเพลงเขาก็วิ่งหายไปหลังเวทีแล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสายไมค์(กูแก้เองก็ได้วะ)
แล้วก็กลับหอ อาท นอน
ป.ล.1 ย้ำอีกครั้งว่าประทับใจ slot machine มาก
ป.ล.2 ใครไม่ได้ไปแนะนำให้ไปสนุกจริงๆคุ้มค่าเงิน แต่คงต้องรอปีหน้านู่นแหละ |
||||
|
|